Make your own free website on Tripod.com
<< HOME >>

...จดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับที่ 2) ..2530

ภูมิพลอดุลยเดช ป..
ให้ไว้ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.. 2530
เป็นปีที่ 42 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องจักร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ
รัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร (ฉบับที่ 2)
.. 2530"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 9 ทวิ มาตรา 9 ตรี และมาตรา 9 จัตวา แห่งพระราช
บัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
"มาตรา 9 ทวิ ในกรณีที่นายทะเบียนปฏิเสธการขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรตาม
มาตรา 9 เจ้าของเครื่องจักรมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่
ได้รับหนังสือแจ้งการปฏิเสธการขอจดทะเบียนนั้น การยื่นอุทธรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรี
กำหนด
มาตรา 9 ตรี เมื่อปรากฏว่าการออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรได้กระทำ
ไปโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญ หรือปรากฏในภายหลังว่าเอกสารที่นำมาประกอบการพิจารณาจด-
ทะเบียนไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง หรือข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในการจดทะเบียน ได้
เปลี่ยนแปลงไป ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนครื่องจักร
นั้นได้
ก่อนมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้นายทะเบียนแจ้งเป็น
หนังสือให้เจ้าของเครื่องจักรและผู้มีส่วนได้เสียทราบเพื่อให้โอกาสคัดค้าน ถ้าไม่มีการคัดค้านจาก
บุคคลดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ให้ถือว่าไม่มีการ
คัดค้าน
ในกรณีที่มีการคัดค้านภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้นายทะเบียนพิจารณาให้แล้วเสร็จ
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน ถ้านายทะเบียนไม่เห็นด้วยกับการคัดค้าน ให้นายทะเบียน
สั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นเครื่องจักรนั้นและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้คัดค้าน
ในกรณีที่ผู้คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนตามวรรค
สามผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากนายทะเบียน
การยื่นอุทธรณ์ให้เป็นไปตามระเบียนที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 9 จัตวา ในกรณีที่มีการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีตามมาตรา 9 ทวิ หรือมาตรา 9 ตรี
ให้รัฐมนตรีพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามนสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุ
จำเป็นให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ได้อีกสามสิบวัน หากรัฐมนตรีไม่มีคำวินิจฉัยภายในกำหนด
เวลาดังกล่าว ให้ถือว่าอุทธรณ์ฟังขึ้น
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นสุด"
มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 10 ในกรณีที่หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรสูญหาย ถูกทำลายหรือ
ชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ถือหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรยื่นคำขอรับใบแทน
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรต่อนายทะเบียนที่ได้ออกหนังสือสำคัญนั้น
การขอรับและการออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร ให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
แบบใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรให้ใช้แบบหนังสือสำคัญแสดงการ
จดทะเบียนเครื่องจักร แต่ให้ประทับตราสีแดงว่า "ใบแทน" ไว้บนด้านหน้าของหนังสือสำคัญแสดง
การจดทะเบียนเครื่องจักร
เมื่อได้ออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรแล้ว ให้หนังสือสำคัญแสดง
การจดทะเบียนเครื่องจักรฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก"
มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 11" เจ้าของเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ประสงค์จะย้ายเครื่อง-
จักรออกไปนอกบริเวณสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่ได้ระบุไว้ในหนังสือสำคัญแสดงการ
จดทะเบียนเครื่องจักร เพื่อนำไปติดตั้ง ณ สถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมแห่งใหม่หรือไปเก็บ
ไว้ในสถานที่อื่น ให้แจ้งความประสงค์จะขอย้ายและวันที่จะย้ายเครื่องจักรเสร็จ โดยทำเป็นหนังสือ
แจ้งต่อนายทะเบียนก่อนวันที่จะย้ายเครื่องจักรนั้นไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในการนี้ ให้นำหนังสือสำคัญ
แสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรกับแผนผังรายการเครื่องจักรที่จะย้ายไปติดตั้งใหม่หรือไปเก็บไว้
ให้นายทะเบียนตรวจสอบด้วย เมื่อนายทะเบียนเห็นชอบกับแผนผังรายการเครื่องจักรที่จะย้ายไปติด-
ตั้งใหม่หรือไปเก็บไว้แล้ว เจ้าของเครื่องจักรจะต้องย้ายเครื่องจักรให้ตรงตามแผนผังรายการเครื่อง-
จักรนั้น และเมื่อได้ย้ายเสร็จแล้ว ให้นายทะเบียนแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง
ในกรณีที่เป็นการย้ายเครื่องจักรไปติดตั้ง ณ สถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมแห่งใหม่
หรือไปเก็บไว้ในสถานที่อื่นที่อยู่ภายในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนต่างแห่งกัน ให้เจ้าของ
เครื่องจักรดำเนินการตามวรรคหนึ่ง และให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เครื่องจักรนั้นได้จดทะเบียน
ไว้ส่งเรื่องขอย้ายไปยังนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เครื่องจักรนั้นจะไปติดตั้งใหม่หรือไปเก็บไว้ เมื่อ
นายทะเบียนแห่งท้องที่ใหม่ดังกล่าวเห็นชอบกับแผนผังรายการเครื่องจักรที่จะย้ายไปติดตั้งใหม่
หรือไปเก็บไว้แล้ว เจ้าของเครื่องจักรจะต้องย้ายเครื่องจักรให้ตรงตามแผนผังรายการเครื่องจักร
นั้น และเมื่อได้ย้ายเสร็จแล้ว ให้นายทะเบียนแห่งท้องที่ใหม่ดังกล่าวออกหนังสือสำคัญแสดงการจด
ทะเบียนเครื่องจักรให้ใหม่สำหรับเครื่องจักรที่ย้ายไป
ในการย้ายเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนเป็นจำนองไว้แล้ว ให้เจ้าของเครื่องจักรแสดงหนังสือ
ยินยอมของผู้รับจำนองต่อนายทะเบียนด้วย และให้ถือว่าเครื่องจักรที่ย้ายไปนั้นยังติดสิทธิ
จำนองสืบเนื่องกันไปด้วย
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องจักรประสงค์จะย้ายเครื่องจักรออกไปนอกบริเวณสถานที่ประกอบ
กิจการอุตสาหกรรมเป็นการชั่วคราวไม่เกินสามสิบวัน ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนเพื่อทราบ
ก่อนวันที่จะย้ายเครื่องจักรนั้นไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และให้แจ้งสถานที่จะย้ายเครื่องจักรนั้นไปติดตั้ง
หรือไปเก็บเป็นการชั่วคราวไว้ด้วย และถ้ามีความจำเป็นต้องย้ายเครื่องจักรออกไปนอกบริเวณเป็น
การชั่วคราวเกินกำหนดนสามสิบวัน ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนเพื่อขอขยายระยะเวลาก่อน
ครบกำหนดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน นายทะเบียนมีอำนาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้ตามที่เห็นสมควร
แต่ไม่เกินคราวละสามสิบวัน
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องจักรได้ย้ายเครื่องจักรจากที่ตั้งเดิมไปติดตั้ง ณ ที่ตั้งใหม่ภายในบริเวณ
สถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมกับส่งแผนผังรายการเครื่องจักรที่ย้าย
ให้นายทะเบียนทราบภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้มีการย้ายเครื่องจักรนั้น
บทบัญญัติมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่การย้ายเครื่องจักรซึ่งโดยปกติวิสัยในการทำงานต้องเคลื่อน
ย้ายไปมา"
มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 13 ทวิ และมาตรา 13 ตรี แห่งพระราชบัญญัติ
จดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
"มาตรา 13 ทวิ เครื่องจักรใดที่ได้จดทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัตินี้สูญหาย ให้เจ้าของ
เครื่องจักรแจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ทราบหรือควรจะได้ทราบ
ถึงเหตุแห่งการนั้น และให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
เครื่องจักรสำหรับเครื่องจักรนั้นได้ แต่ถ้าเครื่องจักรนั้นได้จดทะเบียนจำนองไว้ ให้นายทะเบียน
แจ้งให้ผู้รับจำนองทราบถึงการสูญหายดังกล่าว และในกรณีเช่นนี้ นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอน
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนสำหรับเครื่องจักรนั้นได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้รับ
จำนองเสียก่อน
ในกรณีที่เครื่องจักรตามวรรคหนึ่งถูกทำลายหรือชำรุดจนไม่สามารถใช้เครื่องจักรนั้นต่อไป
ได้ให้เจ้าของเครื่องจักรแจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ทราบหรือควรจะ
ได้ทราบถึงเหตุแห่งการนั้น และให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
สำหรับเครื่องจักรนั้นได้ แต่ถ้าเครื่องจักรนั้นได้จดทะเบียนจำนองไว้ถูกทำลายหรือ ให้นายทะเบียนจด
แจ้งสภาพเครื่องจักรนั้นไว้ และมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจำนองทราบถึงการ ชำรุดดังกล่าว และในกรณี
เช่นนี้นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนสำหรับเครื่องจักรนั้นได้ต่อเมื่อได้
รับความยินยอมจากผู้รับจำนองเสียก่อน
มาตรา 13 ตรี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในอาคารสถานที่อันเป็นที่ตั้งของเครื่องจักร
ที่ได้จดทะเบียนเครื่องจักรพระราชบัญญัตินี้ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเพื่อ
ตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อเจ้าของเครื่องจักร
เจ้าของอาคารสถานที่หรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง"
มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 15 เจ้าของเครื่องจักรผู้ใดย้ายเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วออกไปนอกบริเวณ
สถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม เพื่อไปติดตั้ง ณ สถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมแห่ง
ใหม่หรือไปเก็บไว้ในสถานที่อื่นโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบ หรือมิได้ย้ายเครื่องจักรให้ตรง
ตามแฟนผังรายการเครื่องจักรที่นายทะเบียนเห็นชอบตามมาตรา 11 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือวันละห้าร้อยบาท นับแต่วันที่ไม่ปฏิบัติตาม สุดแต่
จำนวนใดจะสูงกว่ากัน"
มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 15 มาตรา 15 ตรี มาตรา 15 จัตวา และ
มาตรา 15 เบญจ แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
"มาตรา 15 ทวิ เจ้าของเครื่องจักรผู้ใดย้ายเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วออกไปนอก
บริเวณสถานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมชั่วคราว โดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบตามมาตรา
11 วรรคสี่ หรือย้ายเครื่องจักรจากที่ตั้งเดิมไปติดตั้ง ณ ที่ตั้งใหม่ภายในบริเวณสถานที่ประกอบ
กิจการอุตสาหกรรมโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบตามมาตรา 11 วรรคห้า ต้องระว่างโทษปรับ
ไม่เกินสองพันบาท
มาตรา 15 ตรี ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 12 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา 15 จัตรวา เจ้าของเครื่องจักรผู้ใดไม่แจ้งต่อนายทะเบียนตามมาตรา 13 ทวิ ต้องระวาง
โทษปรับไม่เกินห้าพันบาท และให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจด
ทะเบียนเครื่องจักรสำหรับเครื่องจักรนั้นได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้นำความในมาตรา 9 ตรี และมาตรา 13 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 15 เบญจ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตาม-
พระราชญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท"
มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.. 2514
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 16 การกระทำความผิดตามมาตรา 15 มาตรา 15 ทวิ มาตรา 15 ตรี หรือมาตรา
15 จัตวา ถ้าเป็นเครื่องจักรที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้แล้ว และการกระทำนั้นเป็นไปโดย
ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนอง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่ง
ปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
มาตรา 10ให้ยกเลิกบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร
.. 2514 และให้ใช้บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน

บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม

1 ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร เครื่องละ 500 บาท หรือถ้าจดทะเบียน
หลายเครื่องในโรงงานเดียว
และคราวเดียวกัน ไม่เกิน
10,000.- บาท
2 ค่าออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการ
จดทะเบียนเครื่องจักร ฉบับละ 50 บาท
3 ค่าเครื่องหมายการจดทะเบียนซึ่งเจ้าพนักงาน
ได้ประทับหรือคำไว้ที่เครื่องจักร เครื่องหมายละ 100 บาท หรือถ้าประทับหรือ
ทำไว้หลายเครื่องในโรงงาน
เดียวและคราวเดียวกัน
ไม่เกิน 1,000.- บาท
4 ค่าจดทะเบียนใหม่ตามมาตรา 11 หรือ
มาตรา 12 ครั้งละ 250 บาท
5 ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือขายฝากเครื่องจักร พันละ 1 ของจำนวนเงินที่
จำนองหรือขายฝากแต่อย่างสูงไม่เกิน
100,000.- บาท
6 ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเครื่องจักรที่ได้
จดทะเบียนแล้ว อย่างอื่นนอกจากจำนองหรือขายฝาก ครั้งละ 100 บาท
7 ค่าคำขอหรือแบบพิมพ์ต่าง ๆ ฉบับละ 2 บาท
8 ค่าตรวจเอกสารซึ่งนายทะเบียนเก็บรักษาไว้
ครั้งละ 20 บาท
9 ค่าคัดสำเนาเอกสารพร้อมด้วยคำรับรองว่า
ถูกต้อง หน้าละ 5 บาท

หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการจด
ทะเบียนเครื่องจักรในปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิเจ้าของเครื่องจักรในการอุทธรณ์คำสั่ง
ของนายทะเบียนอำนาจนายทะเบียนเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร และ
อำนาจหนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามกฎหมายนี้ สมควรกำหนด
ให้มีบทบัญญัติในกรณีดังกล่าวเพื่อให้การบังคับการตามกฎหมายนี้เป็นไปโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอก
จากนั้นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเรื่องการออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
เครื่องจักรและเรื่องการย้ายเครื่องจักรออกไปนอกสถานที่ตั้งให้ชัดเจนและถูกต้องตรงกับทาง
ปฏิบัติยิ่งขึ้น รวมทั้งสมควรปรับปรุงบทกำหนดโทษและอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมแก่กาล
สมัยด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้