Make your own free website on Tripod.com

พระราชบัญญัติแร่


กฎหมายแร่เป็นกฎหมายที่บังคับใช้มานานแล้ว โดยพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.. 2461 และประกาศพระบรมราชโองการลงวันที่ 13 กันยายน พ.. 2464 ให้ใช้พระราชบัญญัติการทำเหมือง พ.. 2461 คุ้มครองไปถึงเพชรพลอยต่าง ๆ และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่อยมารวม 10 ครั้ง จนกระทั่งได้มีการออกพระราชบัญญัติแร่ พ.. 2510 ใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
ก่อนที่เราจะมารู้จักกฎหมายแร่ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ใคร่จะให้รู้คำจำกัดความในพระราชบัญญัตินี้ ตามความในมาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้เป็นเบื้องต้น ดังนี้
“แร่” หมายความว่า ทรัพยากรธรณีที่เป็นอนินทรียวัตถุ มีส่วนประกอบทางเคมีกับลักษณะทางฟิสิกส์แน่นอน หรือเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย ไม่ว่าจะต้องถลุงหรือหลอมก่อนใช้หรือไม่ และหมายความรวมตลอดถึงถ่านหิน หินน้ำมัน หินอ่อน โลหะ และตะกรันที่ได้จากโลหกรรม หิน ซึ่งกฎกระทรวงกำหนดเป็นหินประดับ หรือหินอุตสาหกรรม และดินหรือทราย ซึ่งกฎกระทรวงกำหนดเป็นดินอุตสาหกรรมหรือทรายอุตสาหกรรม ทั้งนี้ไม่รวมถึงน้ำ เกลือสินเธาว์ ลูกรัง หินดินหรือทราย
“สำรวจแร่” หมายความว่า การเจาะหรือขุด หรือกระทำด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายวิธีเพื่อให้รู้ว่าในพื้นที่มีแร่อยู่หรือไม่เพียงใด
“ทำเหมือง” หมายความว่า การกระทำแก่พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บกหรือน้ำ เพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายวิธี แต่ไม่รวมถึงการขุดหาแร่รายย่อย หรือการร่อนแร่ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
“ขุดหาแร่รายย่อย” หมายความว่า การกระทำแก่พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่บก หรือที่น้ำเพื่อให้ได้มา ซึ่งแร่ โดยใช้แรงงานคนแต่ละคนตามชนิดของแร่ ภายในท้องที่และวิธีการขุดหาแร่ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
“ร่อนแร่” หมายความว่า การกระทำแก่พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่บกหรือที่น้ำ เพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ โดยใช้แรงคน แต่ละคนตามชนิดของแร่ ภายในท้องที่และวิธีการร่อนแร่ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
“แต่งแร่” หมายความว่า การกระทำอย่างใด ๆ เพื่อทำแร่ให้สะอาด หรือเพื่อให้แร่ที่ปนกันอยู่ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปแยกออกจากกัน และหมายความรวมตลอดถึงบดแร่หรือคัดขนาดแร่
“ขายแร่” หมายความว่า การโอนแร่ด้วยประการใดไปยังบุคคลอื่น
“มีไว้ในครอบครอง” หมายความว่า การซื้อแร่ การมีไว้ การยึดถือหรือการรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งแร่ ทั้งนี้ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น
“เรือขุดหาแร่” หมายความว่า เรือหรือแพ ซึ่งมีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำเหมืองแร่ หรือการแต่งแร่ สำหรับใช้ในเรือหรือแพนั้น
“โลหกรรม” หมายความว่า การถลุงแร่หรือการทำแร่ให้เป็นโลหะด้วยวิธีใด และหมายความตลอดถึงการทำโลหะให้บริสุทธิ์ การผสมโลหะการผลิตโลหะสำเร็จรูป หรือสิ่งสำเร็จรูปชนิดต่าง ๆ โดยวิธีหลอม หล่อ รีด หรือวิธีอื่นใด
“เขตเหมืองแร่” หมายความว่า เขตพื้นที่ซึ่งกำหนดในประทานบัตรชั่วคราวหรือประทานบัตร
“เขตแต่งแร่” หมายความว่า เขตพื้นที่ซึ่งระบุในใบอนุญาตแร่
“เขตโลหกรรม” หมายความว่า เขตพื้นที่ซึ่งระในใบอนุญาตประกอบโลหกรรม
“สถานที่เก็บแร่” หมายความว่า สถานที่ซึ่งระบุในใบอนุญาตเก็บแร่
“สถานที่ฝากแร่” หมายความว่า สถานที่ซึ่งรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นสถานที่ฝากแร่ ตามมาตรา 103 ทวิ
“สถานที่พักแร่” หมายความว่า สถานที่ซึ่งระบุในใบอนุญาตขนแร่ให้นำแร่ไปเก็บพักไว้ได้
“อาชญาบัตรสำรวจแร่” หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อสำรวจภายในท้องที่ซึ่งระบุในหนังสือสำคัญนั้น
“อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่” หมายความว่าหนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อผูกขาดสำรวจแร่ภายในเขตที่กำหนดในหนังสือสำคัญนั้น
“ประทานบัตรชั่วคราว” หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อทำเหมืองก่อนได้รับประทานบัตรภายในเขตที่กำหนดในหนังสือสำคัญนั้น
“ประทานบัตร” หมายความว่า หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อทำเหมืองภายในเขตที่กำหนดในหนังสือสำคัญนั้น
“ที่ว่าง” หมายความว่า ที่ซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน และมิใช่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินอันราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันและมิใช่ที่ดินในเขตที่มีการคุ้มครอง หรือสงวนไว้ตามกฎหมาย
“มูลดินทราย” หมายความรวมถึง เปลือกดิน ทราย กรวด หรือหินที่เกิดจากการทำเหมือง
“ตะกรัน” หมายความว่า สารประกอบหรือสารพลอยได้อื่นใดที่เกิดจากากรประกอบโลหกรรม
“ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่” หมายความว่า ทรัพยากรธรณีอำเภอหรือทรัพยากรธรณีจังหวัดแล้วแต่กรณี ถ้าในจังหวัดใดมีทรัพยากรธรณีจังหวัดให้หมายความว่า อธิบดี หรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ทรัพยากรธรณีประจำท้องที่และเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 คำขอตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ทำตามแบบพิมพ์ที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนด
คุณสมบัติของผู้ขอ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขออาชญาบัตรผูกขาสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ ประทานบัตรชั่วคราว ประทานบัตร และใบอนุญาต ตลอดจนการต่ออายุอาชญาบัตรพิเศษ ประทานบัตรใบอนุญาตแต่งแร่ และใบอนุญาตประกอบโลหกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 52 (.. 2526)

การยื่นคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่
มาตรา 29 ผู้ใดประสงค์จะขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ให้ยื่นคำขอต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ คำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่แต่ละคำขอจะขอได้ไม่เกินสองพันห้าร้อยไร่ เว้นแต่คำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ในทะเล
รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายเป็นผู้ออกอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่
อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่
มาตรา 30 การออกอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ในทะเล รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจกำหนดเนื้อที่ให้แก่ผู้ขอแต่ละบุคคล ได้ไม่เกินห้าแสนไร่ และกำหนดอายุอาชญาบัตรได้ไม่เกินสองปีนับแต่วันออก
มาตรา 31 ผู้ถือาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ต้องลงมือสำรวจแร่ภายในหกสิบวัน นับแต่วันได้รับอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแต่และต้องยื่นรายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจที่กระทำไปในระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ตามแบบที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนดต่อทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นกำหนดนั้น และต้องยื่นรายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจที่ได้กระทำไปภายหลังนั้น ภายในสามสิบวันก่อนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแต่สิ้นอายุ
รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่เสียได้ เมื่อผู้ถือาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่
มาตรา 32 อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ให้สิ้นสุดลงก่อนอายุที่กำหนดไว้ในอาชญาบัตรนั้นในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย
(2) เมื่อผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ซึ่งเป็นนิติบุคคลสิ้นสภาพนิติบุคคล
(3) เมื่อผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่แต่ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกำกระทรวงที่ออกตามมาตรา 6 วรรคสอง
(4) เมื่อผู้ถืออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ไปรายงานผลการดำเนินงานและการสำรวจที่กระทำไปในรอบหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นกำหนด นั้น
(5) เมื่อรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมายมีคำสั่งเพิกถอนอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่นั้น นับแต่วันรับแจ้งคำสั่งเพิกถอน